ป้อมฮวาซ็อง

สำหรับคนที่คิดจะไปทัวร์เกาหลีเพราะต้องการชื่นชมผลงานทางด้านศิลปะวัฒนะธรรมแล้วล่ะก็ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ต้องเป็นที่ชื่นชอบจนถึงขนาดว่าต้องบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์เกาหลีของทุกๆท่านอย่างแน่นอนซึ่งเจ้าสถานที่ที่ว่านี้หาใช่อะไรที่ไหนหากแต่เป็น “ป้อมฮวาซ็อง” นั่นเอง ป้อมฮวาซ็องนั้นถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งโดยป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองซูว็อน ทางตอนใต้ของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ป้อมฮวาซ็องนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1794-1796 โดยพระเจ้าจองโจซึ่งพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 22 ของราชอาณาจักรโชซ็อน โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างขณะนั้นคือเพื่อใช้เป็นที่ประทับและเป็นที่ฝังพระศพขององค์ชายจังฮอน (องค์ชายซาโด) องค์รัชทายาทที่ถูกพระอัยกาเจ้าของพระองค์ซึ่งก็คือพระเจ้ายองโจลงพระราชอาญาด้วยการขังองค์ชายไว้ในถังข้าวและให้อดข้าวอดน้ำจนทำให้องค์ชายจังฮอนสิ้นพระชนม์ภายในถังข้าวในวันที่ 7 ความสำคัญของป้อมฮวาซ็องแห่งนี้ที่นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์เกาหลีและได้มีโอกาสไปเยือนควรรับทราบไว้ก็คือป้อมฮวาซ็องนี้เป็นป้อมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 21 ในปีพ.ศ. 2528  ที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี โดยป้อมฮวาซ็องนี้ถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่งที่ช่วยในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาทั้งในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนรวมไปถึงการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกันหรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ซึ่งได้เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของโลกอันทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมอีกด้วย (iii) – เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

ร้านราเมงที่ใหญ่ที่สุดในไทย

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่เมื่อเวลาไปทัวร์ญี่ปุ่นครั้งใดมักจะแวะไปสัมผัส ลิ้มรสราเมงแบบต้นฉบับเสมอๆ จนติดใจทั้งรสชาติและบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วล่ะก็วันนี้แม้ว่าเราจะอยู่ในประเทศไทยก็สามารถสัมผัสกับรสชาติและบรรยากาศเหล่านั้นได้แล้วครับเพราะตอนนี้เขามีร้านราเมงจากญี่ปุ่นมาปิดที่เมืองไทยแถมยังประกาศตัวว่าใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย เราไปทำความรู้จักกับร้านราเมงร้านนี้กันดีกว่าครับกับร้านที่มีชื่อว่า ร้าน Ramen-Misawa                ร้าน Ramen-Misawa เป็นร้านราเมงสัญชาติญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่บริเวณรัชดาซอย 8 ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 นาทีจากทางออก 2 ของสถานีรถไฟใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม โดยร้าน Ramen-Misawa นี้มีเนื้อที่ร้านรวมทั้งสิ้น 1300 ตารางเมตรจึงถือเป็นร้านขายราเมงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน                ประวัติความเป็นมาของร้าน Ramen-Misawa นี้ก็ไม่ใช่จะเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่แต่อย่างใดเพราะหากใครที่เคยไปที่โอซาก้าก็จะเห็นร้านนี้เช่นกันเพราะตรงนั้นเป็นร้านสาขาแรกนั่นเองอีกทั้งการตกแต่งยังใช้การตกแต่งสไตล์เดียวกับร้านต้นแบบดังนั้นจึงให้ความรู้สึกเหมือนกับยกร้านที่โอซาก้ามาไว้ที่ประเทศไทยอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียวครับ                ในแต่ละวันร้าน Ramen-Misawa สาขาประเทศไทยต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งทัวร์ญี่ปุ่นและทัวร์เกาหลีที่มาแวะรับประทานอาหารตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงค่ำเรียกได้ว่ามีลูกค้ารอต่อแถวเข้าคิวเพื่อเข้าไปทานกันอย่างเนืองแน่นอีกทั้งหากมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ก็ต้องจองโต๊ะกันล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันมิฉะนั้นรับประกันได้เลยครับว่าไม่มีที่นั่งเพราะของเขาดีจริง

วิธีรับมือ ตม เกาหลี

หากยังพอจำกันได้คราวที่แล้วผมได้พูดถึงว่าหากเราไปทัวร์เกาหลีเพื่อท่องเที่ยวและอยู่ในประเทศของเขาไม่เกินระยะเวลา 90 วันไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่านั้น จริงอยู่ครับที่ว่าไม่ต้องทำเรื่องของวีซ่าแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความทุกรายจะผ่านเข้าประเทศเขาได้อย่างง่ายดายนะครับเพราะเมื่อเครื่องบินลงสู่รันเวย์ประเทศเกาหลีแล้วบรรดานักท่องเที่ยวทัวร์เกาหลีทั้งหลายต้องเผชิญกับด่าน 18 อรหันต์ที่ถือว่าหินที่สุดนั่นก็คือด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม.นั่นเองครับ หากแม้ว่าเราจะทำเรื่องถูกต้องทุกขั้นตอนแต่ถ้าทาง ตม.ที่นั่นไม่เห็นควรให้เราผ่านเข้าประเทศ ทริปทัวร์เกาหลีครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นหมันต้องกลับบ้านทั้งที่ยังไม่ได้เที่ยวครับดังนั้นผมจึงมีเคล็ดลับที่ทำให้เราผ่าน ตม.ของประเทศเกาหลีมาฝากกันครับ                อันดับแรกสุดคือต้องเน้นการแต่งกาย การแต่งกายของเราต้องเน้นการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะเป็นสำคัญ เน้นชุดที่เรียบง่ายแต่ดูดีมีเครื่องประดับตกแต่งสักเล็กน้อย เช่นแหวน นาฬิกา สร้อยคอเพื่อทำให้รูปลักษณ์ของเราดูเด่นและภูมิฐานขึ้น                ถัดมาควรเตรียมเอกสารต่างๆที่ทาง ตม.ต้องการให้พร้อมเพื่อให้ทาง ตม.เห็นว่าเรามีความพร้อมและมีความตั้งใจที่จะมาประเทศของเขาจริงซึ่งเอกสารหลักๆ ได้แก่หนังสือเดินทาง, บัตรเข้าออกนอกเมือง, ตั๋วเครื่องบินอีเลคโทรนิคส์ เป็นต้น                ประการที่สามประการสุดท้ายคือเราควรที่จะพูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้างทั้งทักษะการฟังและการพูดเพื่อที่บางกรณี ตม.ถามข้อมูลอะไรบางอย่างจะได้ตอบได้ทันทีไม่ตะกุกตะกักจนเขาคิดว่ามีพิรุธและไม่ให้ผ่านครับ