ความเป็นมาของวัดทิโลมินโล

myanmar-0014

ทัวร์พม่ากลับมาพบกับท่านๆอีกครั้ง แน่นอนว่าจะจะพาคุณไปชมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของประเทศชาติพม่า ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าเหลือเชื่อ ซึ่งแม้แต่ทัวร์พม่าเองไปชมก็อดทึ่งไม่ได้ หลายๆคุณอาจเคยไปเที่ยวประเทศพม่าแต่ก็จะคงไม่เคยได้ไปเที่ยวที่วัดทิโลมินโลล่ะก็  วันนี้ทัวร์พม่าจะอาจพาท่านไปชมเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกัน

วัดทิโลมินโล (Htilominlo Pagoda ) ที่สันนิษฐานว่า น่าจะน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ไตรโลกมงคล สร้างโดยพระเจ้าติโลมิโล เมื่อปี พ.ศ 1761 ซึ่งได้รับการเคารพว่ามีความ สวยงามงามหลายๆทั้งภายในพร้อมกับภายนอก โดยเฉพาะปูนปั้นอาณาเขตฐานด้านนอก วิหารนันปยะ ( Nanpaya ) ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่ประทับของพระเจ้ามนูหะ ซึ่งพระเจ้า อโนรถา ทรงจับเป็นเชลยมาจากเมือง สะเทิน ทำอีกด้วยอิฐและสอดินแต่พื้นปูด้วยหิน มี แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสพร้อมด้วยมีมุขยื่นยาวออกไปทางทิศตะวันออก ใกล้กับแท่นบูชา ภายในอาคารมีเสาหิน 4 เสา พร้อมด้วยบนแต่ละด้านของเสาก็สลักลายดอกไม้รูปสามเหลี่ยมพร้อมด้วย เทวรูปพระพรหมทรงถือดอกบัวอยู่ในแต่ละหัตถ์ งานตกแต่งภายนอกอาคารที่น่าสนใจยิ่ง คือ บานหน้าต่างคือช่องปรุทำจากศิลา อันเป็นแบบอย่างพร้อมด้วยกรรมวิธีของงานงางพุกามใน ส่วนที่เชื่อว่ารับประเพณีมอญ ดังนี้ประกอบถึงลวดลายที่ประดับกรอบของหน้าต่างพร้อมทั้งส่วน อื่นของผนังอีกด้วยพระเจดีย์ธรรมยาจี สร้างขึ้นไปในรัชสมัยของพระเจ้านรถุ (พ.ศ. 1710 – 1713) เจดีย์อานันทะ (นามดังเดิมคือ อนันตปัญญา) คือวิหารทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสมีมุขเด็จ ออกไปเท่ากันทั้ง 4 ด้านแต่ละด้านมีซุ้มคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปทรงสูง 10 เมตร ใหญ่โตสูงสง่าพร้อมกับเป็นศิลปะพระพุทธรูปต้นแบบสมัยพุกามดั้งเดิมเจดีย์สัพพัญญู (THATBYINYU) เป็นวิหารสูงที่สุดในพุกามทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส มีความสูง 201 ฟุต คือวัดประจำรัชกาลพระเจ้าอลองสินธสร้างเลียนแบบวัดในประเทศชาติอินเดีย สูงห้า ชั้นโดยชั้นที่สี่เป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับต้นแบบพร้อมทั้งชั้นที่ห้าคือองค์พระสถูปอัน ศักดิ์สิทธิ์ พระเจดีย์กูบยางคยี (GUPYAUKKYI PAGODA) ที่ทำโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิธะในราวปี พ.ศ. 1656 พระเจดีย์แห่งนี้ทำแบบศิลปะของพยูหรือพุกามตอนต้น ภายใน พระเจดีย์ท่านจะคงจะได้ชมจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามที่สุดของเมืองพุกามที่คงยัง หลงเหลืออยู่ พระเจดีย์มิงกาลา

               ชมทัศนียภาพของอาณาจักรพุกามจากมุมสูง จากสถานที่ แห่งนี้ คุณจะก็จะได้พบกับพระเจดีย์น้อยใหญ่โควตาหลากหลายที่คือที่มาของชื่อ ดินแดนแห่งพระเจดีย์สี่พันองค์พระวีคตกริมฝังแม่น้ำอิรวดีที่พระเจดีย์บุพะยา (BUPAYA PAGODA) ซึ่งจะก็จะช่วยให้ท่านปลาบปลื้มมิรู้ลืม ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจำพวกเครื่องเขิน (LACQUERWARE ) ในพื้นที่หมู่ที่อยู่อาศัย พุกามใหม่ (New Bagan) ซึ่งดำเนินธุรกิจการค้าติดต่อเป็นเวลาช้านานกว่า 1,000 ปี

มิงกุน มิงกุนตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเอยาวดี ทางตอนบนสุดของทิวเขา ที่โอบล้อมเมืองสกายน์เอาไว้ ที่นี่มีระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก ที่คงยังลักษณะดีเยี่ยม กับพระเจดีย์ขนาดมหึมา ที่คงทำไม่เสร็จอีกองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของเขามัณฑะเลย์ ห่างไปกว่า 10 กิโลเมตรมิงกุน ไม่ใช่ราชธานี ที่ประทับของกษัตริย์อย่างอินน์วะ กับอมรปุระ แต่ก็มีความพิเศษในตัวเอง และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชอบมากมาย หมู่บ้านแห่งนี้ เข้ามาได้โดยทางน้ำแค่นั้น โดยจะน่าจะมีเรือ อกจากมัณฑะเลย์ทุกวัน พร้อมทั้งใช้เวลาเดินทาง ราวหนึ่งชม.แค่นั้น หากคุณไม่ได้โดยสารเรือกลไฟเยาวดี จากมัณฑะเลย์มายังปะกั่น อย่างน้อย ก็น่าจะจะลองนั่งเรือ เพื่อที่จะการเดินทาง ในช่วงนี้ดู จะน่าจะได้ชมวิถีชีวิต ของชาวที่อยู่อาศัยบนลำน้ำสายนี้ จากมยิตจีนากับปะเต่งลงมายังย่างกุ้ง เมืองมิงกุน เจดีย์ยักษ์มิงกุนเจดีย์องค์นี้ถ้าสร้างสำเร็จก็จะคงจะมีความสูงถึงราว 165 เมตร พร้อมกับจะก็จะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่ สุดในประเทศชาติพม่า อย่างไรก็ดีเมื่อพระเจ้าปะดุงสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2362 เจดีย์องค์นี้ก็ถูกทอดทิ้งไม่มีการทำ คงเหลือไว้เป็นกองอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากนั้นชม ระฆังยักษ์มิงกุนซึ่งพระเจ้าปะดุงทรงสร้างไว้ คือระฆังสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า น้ำหนักประมาณ 90 ตัน ระฆังนี้สูง 4 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ปากกว้างราว 5 เมตร นับว่าเป็นระฆังที่แขวนอยู่ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก พระเจดีย์สินพยุเม ซึ่งพระเจ้าพะคยีดอทรางทำใน พ.ศ. 2359 ก่อนที่จะก็จะเสด็จขึ้นไปเสวยราชย์ เจดีย์องค์นี้เปรียบเสมือนพระเจดีย์จุฬามณีซึ่งตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา

พระเจ้าพะคยีดอทรงสร้างอุทิศแด่พระชายาคือ เจ้าหญิงสาวสินพยุเมที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว แม้จะก็จะถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว แต่ก็ได้รับการซ่อมแซมพร้อมทั้งสมัยนี้คงคงอยู่ในลักษณะดี มัณฑะเลย์ เคยคือราชธานีของเขตพม่าบน แต่กลับมีอายุเก่าแก่ ไม่ถึง 150 ปี ดี พร้อมด้วยเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมือง ของพม่าที่คงยัง ใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาโดยไม่มีการเปลี่ยนคำเรียกจัดหาแต่อย่างใด ชื่อ มัณฑะเลย์ ฟังดูเก่าแก่โบราณพอๆ กับ แม่น้ำเอยาวดี (อิระวดี) ที่ทอดสาย ไหลเอื่อยผ่านตัวเมืองแห่งนี้ เสน่ห์ของมัณฑะเลย์ อยู่ที่การคือราชธานีแห่งสุดท้ายของ พระราชวงศ์พม่า หมู่สถูปเจดีย์ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่ว ทุกหนทุกแห่ง พร้อมด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมไปเช่นกัน น้ำใจไมตรี มัณฑะเลย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้ง ห่างเหินขึ้นมา 620 กิโลเมตร และอยู่สูง เหนืออันดับน้ำทะเล 80 เมตร ชาวพม่าถือว่า ตราสัญลักษณ์ทางประเพณีพร้อมกับพุทธศาสนา ทั้งในอดีตพร้อมทั้งสมัยนี้ ของพม่า เป็นมัณฑะเลย์ใจกลางเมืองมี ท้องตลาดเซโจ เป็นศูนย์กลาง การขาย ในเขตพม่าบนช่างฝีมือของที่นี่ ผลิตงานฝีมือตามวิธีโบราณ ด้วยทอง เงิน หินอ่อน กับสิ่ว เส้นด้าย และหูกทอผ้า สองฝั่งน้ำเอยาวดี มีท่าเรือคั่นอยู่คือระยะ เรือขนข้าวขึ้นไปล่องผ่านไปมา ไม่ขาดสาย มัณฑะเลย์ เคยคือราชธานีของเขตพม่าบน แต่กลับมีอายุเก่าแก่ไม่ถึง 150 ปีดี พร้อมทั้งเป็นแค่เพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองของพม่า ที่ยังคง ใช้นามเดิมเรื่อยมาโดยไม่มีการพัฒนาคำเรียกแต่อย่างใด ชื่อมัณฑะเลย์ ได้ยินดูเก่าแก่โบราณพอๆกับ แม่น้ำเอยาวดี(อิระวดี) ที่ทอดสายไหลเอื่อยผ่านตัวเมืองแห่งนี้ เสน่ห์ของมัณฑะเลย์ อยู่ที่การเป็นราชธานีแห่งสุดท้ายของพระราชวงศ์พม่า หมู่สถูป -เจดีย์ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง พร้อมทั้งประชากรที่มีชีวิตชีวาเปี่ยมไปอีกด้วยน้ำใจ ไมตรีมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้ง ห่างเหินขึ้นไปมา 620 กิโลเมตร พร้อมด้วยอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 80 เมตร ชาวพม่าถือว่าสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมพร้อมด้วยพุทธศาสนา ทั้งในสมัยก่อนพร้อมกับทุกวันนี้ของพม่าคือมัณฑะเลย์ ใจกลางเมืองมี ตลาดเซโจ คือศูนย์กลางการจำหน่ายในเขตพม่าบน ช่างฝีมือของที่นี่ ผลิตงานฝีมือตามกรรมวิธีโบราณ ด้วยทอง เงิน หินอ่อน กับสิ่ว เส้นด้าย และหูกทอผ้า สองฝั่งน้ำเอยาวดี มีท่าเรือคั่นอยู่คือระยะ เรือขนข้าวขึ้นล่องผ่านไปมา ไม่ขาดสาย สถานที่ท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์เจดีย์เจาตอจี (Kyauktawgyi Pagoda ) หรือเรียกว่า วัดหินใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินอ่อนก้อนเดียว เนินเขามัณฑะเลย (Mandalay Hill ) มีความสูง236 เมตร ซึ่งทางขึ้นไปเป็นบันไดที่มีหลังคาทอดตัวขึ้นสู่ยอดเขาทั้งหลาย 1,729 ขั้น พร้อมด้วยศาลเล็ก ๆ ตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ มีอยู่หลายหลังที่คือผลงานของฤาษีอู่ขั้นตี่ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งบนยอดเขามีวิหารหลังใหญ่แห่งแรกที่บรรจุพระบรมธาตุสามองค์ ของพระพุทธเจ้าไว้ คุณจะจะสามารถเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ยามสัปดาห์อัสดงได้อย่างชัดแจ้ง สะพาน อูเป็ง ( U Bien Bridge ) เป็นสะพานที่ทำขึ้นจากไม้สักที่นำมาจาก พระราชวังในเมืองอังวะ ที่ทำขึ้นเมื่อ 200 กว่าปี ที่แล้วมีความยาว 1.2 ก.ม